นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า นโยบายการคลังปีงบประมาณ 2554 จะกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าในปี 2552-2553 เนื่องจากยอดการขาดดุลการคลังที่ไม่รวมรายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้( primary deficit) สูงกว่า โดยในปีงบประมาณ 2554 มี primary deficit ถึง 3.2%ต่อจีดีพี ในขณะที่ปีงบประมาณ2552 และ 2553 มี2.3%และ1.3%ต่อจีดีพีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่ คาดเงินงบประมาณถูกใช้ไปในรายจ่ายประจำเหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีรายจ่ายลงทุนไม่มากเท่าที่ควร
แต่ภายใต้งบประมาณปี2554 ทางเลือกเดียวของรัฐในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ คือการกู้ แต่ฐานะการคลังของไทยยังไม่น่าเป็นห่วงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
"ปัจจุบันยอดขาดดุลการคลังและยอดหนี้สาธารณะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และในอนาคตแม้หนี้สาธารณะต่อจีดีพี อาจเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เพิ่มเร็วนัก"นายเศณษฐพุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2554 ตั้งงบประมาณขาดดุล (headline deficit) สูงถึง 4.2 แสนล้านบาทหรือเท่ากับ4.1%ต่อจีดีพี แต่ถ้าหักรายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้ที่ไม่มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้3.3 หมื่นล้านบาท รายจ่ายชดเชยเงินคงคลัง 3หมื่นล้านบาท และรายจ่ายดอกเบี้ย 1.79 แสนล้านบาท ออกไปแล้ว จะเหลือ primary deficit จากการขาดดุลในงบประมาณเพียง 1.78 แสนล้านบาท หรือ 1.7%ต่อGDP
เมื่อรวมเงินนอกงบประมาณจากมาตรการไทยเข้มแข็งที่น่าจะเบิกจ่ายได้ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท หรือ 1.5%ต่อ จีดีพี จะทำให้ primary deficit จากในและนอกงบประมาณปี2554 เท่ากับ 3.2%ต่อจีดีพีซึ่งมากกว่าปีก่อนๆ
อย่างไรก็ตาม งบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปในรายจ่ายประจำเหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าทำให้มีรายจ่ายลงทุนไม่มากเท่าที่ควร เพราะระหว่างปีงบประมาณตลอด 10 ปีที่ผ่านมา งบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้น 1.16 ล้านล้านบาท จาก 9.1 แสนล้านบาท เป็น 2.07 ล้านล้านบาท
ในขณะที่รายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 2.4 หมื่นล้านบาท ในทางตรงกันข้ามรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นถึง 1.105 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจพูดได้ว่างบประมาณที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาถูกใช้ไปเป็นรายจ่ายประจำนั่นเอง ดังนั้นภายใต้งบประมาณปี2554 ทางเลือกเดียวของรัฐในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ คือการกู้
"เชื่อว่าฐานะการคลังของไทย ยังไม่น่าเป็นห่วงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันมีความเสี่ยงทางการคลังต่ำ โดยเห็นได้จากยอดหนี้สาธารณะ และขาดดุลการคลังต่อจีดีพีต่ำกว่าประเทศในยุโรปที่มีปัญหาวิกฤติทางการคลัง และประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนในอนาคตฐานะการคลังก็ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากแม้หนี้สาธารณะต่อจีดีพี อาจเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เพิ่มเร็ว"นายเศรษฐพุฒิ กล่าว