บ้านมือสอง ขายบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดให้เช่า ซื้อขายบ้าน ขายคอนโด บ้านเช่า ฟรีประกาศขายบ้าน ที่ดิน รับฝากขายบ้าน และอสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด

 
ติดต่อลงโฆษณา
เข้าระบบสมาชิก
  Username :
  Password :
   
  ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
   
สถิติการใช้งาน
 
ประกาศทั้งหมด 8,036 
 
ประกาศวันนี้
 
ประกาศอัพเดทวันนี้
 
 
 
ติดต่อลงโฆษณา
ค้นหาประกาศ
ประเภททรัพย์สิน :
ความต้่องการ :
จังหวัด :
เขต / อำเภอ :
ราคา :
คำค้นหารหัส :
คำค้นหา :
 
ติดต่อลงโฆษณา
ติดต่อลงโฆษณา
ส่วนช่วยเหลือ
ลงประกาศ ฟรี!
สมัครสมาชิก
สมาชิกเข้าสู่ระบบ
วิธีการลงประกาศ
วิธีการชำระเงิน
เงื่อนไขการใช้บริการ
แจ้งชำระเงินออนไลน์
ติดต่อลงโฆษณา
Bookmark
ตั้งเป็นหน้าแรก
   
ลิ้งค์ธนาคาร สินเชื่อ อื่นๆ
ธนาคารเกียรตินาคิน
ธนาคารธนชาติ
ธนาคารทหารไทย
ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
ธนาคารยูโอบี
ธนาคารนครหลวงไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ธนาคารกสิกรไทย
ธนาคารกรุงเทพ
   
ลิ้งค์งานบริการ ราชการ
กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)
กรมโยธาธิการและผังเมือง
กรุงเทพมหานคร
กรมบังคับคดี
กรมควบคุมมลพิษ
กรมทรัพยากรธรณี
กรมธนารักษ์
กรมทะเบียนการค้า
การไฟฟ้านครหลวง
การประปานครหลวง
กรมพัฒนาที่ดิน
กรมที่ดิน
   
 
 
 
 
 
 
เอสซีบีเชื่องบปี54กระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
โพสต์ : 17 ส.ค. 2010 | อ่าน : 637 ครั้ง
"เศรษฐพุฒิ"ระบุงบประมาณปี54 กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม เหตุยอดการขาดดุลการคลังที่ไม่รวมรายจ่ายเกี่ยวกับภาระหนี้สูงถึง3.2%ต่อจีดีพี

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า นโยบายการคลังปีงบประมาณ 2554 จะกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าในปี 2552-2553 เนื่องจากยอดการขาดดุลการคลังที่ไม่รวมรายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้( primary deficit) สูงกว่า โดยในปีงบประมาณ 2554 มี primary deficit ถึง 3.2%ต่อจีดีพี ในขณะที่ปีงบประมาณ2552 และ 2553 มี2.3%และ1.3%ต่อจีดีพีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่ คาดเงินงบประมาณถูกใช้ไปในรายจ่ายประจำเหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีรายจ่ายลงทุนไม่มากเท่าที่ควร

แต่ภายใต้งบประมาณปี2554 ทางเลือกเดียวของรัฐในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ คือการกู้ แต่ฐานะการคลังของไทยยังไม่น่าเป็นห่วงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

"ปัจจุบันยอดขาดดุลการคลังและยอดหนี้สาธารณะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และในอนาคตแม้หนี้สาธารณะต่อจีดีพี อาจเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เพิ่มเร็วนัก"นายเศณษฐพุฒิ กล่าว

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2554 ตั้งงบประมาณขาดดุล (headline deficit) สูงถึง 4.2 แสนล้านบาทหรือเท่ากับ4.1%ต่อจีดีพี  แต่ถ้าหักรายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้ที่ไม่มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้3.3 หมื่นล้านบาท รายจ่ายชดเชยเงินคงคลัง 3หมื่นล้านบาท และรายจ่ายดอกเบี้ย 1.79 แสนล้านบาท ออกไปแล้ว จะเหลือ primary deficit จากการขาดดุลในงบประมาณเพียง 1.78 แสนล้านบาท หรือ 1.7%ต่อGDP

เมื่อรวมเงินนอกงบประมาณจากมาตรการไทยเข้มแข็งที่น่าจะเบิกจ่ายได้ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท หรือ 1.5%ต่อ จีดีพี จะทำให้ primary deficit จากในและนอกงบประมาณปี2554 เท่ากับ 3.2%ต่อจีดีพีซึ่งมากกว่าปีก่อนๆ

อย่างไรก็ตาม งบประมาณส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปในรายจ่ายประจำเหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าทำให้มีรายจ่ายลงทุนไม่มากเท่าที่ควร เพราะระหว่างปีงบประมาณตลอด 10 ปีที่ผ่านมา งบประมาณรายจ่ายเพิ่มขึ้น 1.16 ล้านล้านบาท จาก 9.1 แสนล้านบาท เป็น 2.07 ล้านล้านบาท

ในขณะที่รายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้นเพียง 2.4 หมื่นล้านบาท ในทางตรงกันข้ามรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นถึง 1.105 ล้านล้านบาท ซึ่งอาจพูดได้ว่างบประมาณที่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาถูกใช้ไปเป็นรายจ่ายประจำนั่นเอง ดังนั้นภายใต้งบประมาณปี2554 ทางเลือกเดียวของรัฐในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ คือการกู้

"เชื่อว่าฐานะการคลังของไทย ยังไม่น่าเป็นห่วงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันมีความเสี่ยงทางการคลังต่ำ โดยเห็นได้จากยอดหนี้สาธารณะ และขาดดุลการคลังต่อจีดีพีต่ำกว่าประเทศในยุโรปที่มีปัญหาวิกฤติทางการคลัง และประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนในอนาคตฐานะการคลังก็ยังไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากแม้หนี้สาธารณะต่อจีดีพี อาจเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เพิ่มเร็ว"นายเศรษฐพุฒิ กล่าว


 
แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
 
 
ปิดหน้าต่างนี้
 
 
 
 
 
 
หน้าแรก | บ้านใหม่โคงการ | บ้านเดี่ยว | ทาวน์เฮาส์ | คอนโดมิเนี่ยม | อาคารพานิชย์ | อาคารสำนักงาน | อพาร์ทเมนท์ | รีสอร์ท/โรงแรม | ที่ดิน | ติดต่อลงโฆษณา
 
โทรศัพท์: 0804053796 , มือถือ: 0804053796
อีเมลล์: aofzagroup@gmail.com , เว็บไซต์: www.taladhome.com
Copyright © 2011 ฟรีประกาศขายบ้าน บ้านมือสอง ขายคอนโด ทาวน์เฮ้าส์ ซื้อ ขายบ้าน ขายที่ดิน คอนโดให้เช่า บ้านใหม่ และอสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด